พังก์ฮาร์ดคอร์ (Hardcore Punk) เป็นการพัฒนาต่อจากพังก์ร็อกดั้งเดิมในช่วงปลายทศวรรษ 1970s โดยเป็นแนวเพลงที่เร็วขึ้น หนักขึ้น ดุดันขึ้น และเต็มไปด้วยพลังอันเกรี้ยวกราดของเยาวชนที่ไม่พอใจกับสังคม ในขณะที่พังก์ยุคแรกอย่าง The Ramones หรือ Sex Pistols ยังคงมีความเป็นร็อกแอนด์โรลและเมโลดี้ พังก์ฮาร์ดคอร์ได้ละทิ้งองค์ประกอบเหล่านั้นไปเพื่อเน้นพลังดิบ ความรุนแรง และเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา
ลอสแอนเจลิสเป็นศูนย์กลางสำคัญของพังก์ฮาร์ดคอร์ในช่วงต้นทศวรรษ 1980s โดยมีฉากดนตรีที่รุนแรงและเต็มไปด้วยพลังจากเยาวชนชานเมืองที่ไม่พอใจต่อสังคม
วงสำคัญ
บุกเบิกฮาร์ดคอร์พังก์ด้วยอัลบั้ม Damaged (1981)
เล่นเพลงเร็วและสั้น ตัดทอนเมโลดี้เพื่อเน้นพลัง
เสียดสีสังคมและยั่วยุผู้ฟังด้วยเนื้อหาแรง
มีอิทธิพลต่อแนวทางของ Skate Punk
สร้างแรงบันดาลใจให้วงพังก์ในยุคหลัง
คลับใต้ดินที่เป็นจุดรวมตัวของวงพังก์ในแอลเอ
เวทีของวงพังก์ฮาร์ดคอร์ยุคแรก
ดี.ซี. เป็นบ้านของพังก์ฮาร์ดคอร์ที่มีแนวคิดทางอุดมการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุน Straight Edge
วงสำคัญ
บุกเบิกแนวคิด Straight Edge ต่อต้านยาเสพติด
วงของคนผิวดำที่เล่นเร็วและหนักที่สุดในยุคนั้น
วิจารณ์การเมืองอย่างตรงไปตรงมา
ต่อต้านเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด
ค่ายเพลง DIY ที่ก่อตั้งโดย Ian MacKaye (Minor Threat)
วงที่วางรากฐานของ New York Hardcore (NYHC)
ผสมผสานฮาร์ดคอร์และเมทัล
เน้นความสนุกและมีอารมณ์ขัน
คลับในตำนานที่เป็นศูนย์กลางของพังก์และฮาร์ดคอร์
บอสตันฮาร์ดคอร์ขึ้นชื่อเรื่องความรุนแรงและการรวมตัวของกลุ่ม Straight Edge
ผู้นำของขบวนการ Straight Edge ในบอสตัน
เล่นเร็วและดุดัน
หนึ่งในวงที่มีอิทธิพลต่อแนวฮาร์ดคอร์ในยุคต่อมา
สนับสนุนชีวิตปลอดยาเสพติด (Minor Threat, Youth of Today)
มีแนวคิดทางการเมืองที่หนักแน่น (Crass, Conflict)
ดนตรีเร็วและดิบเถื่อน (Discharge, Doom)
ผสมผสานพังก์กับเมทัล (Cro-Mags, D.R.I.)
ผูกติดกับวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ด (JFA, Suicidal Tendencies)
ทำทุกอย่างเองโดยไม่พึ่งพาค่ายเพลงใหญ่
การเต้นในคอนเสิร์ตที่รุนแรง
กลุ่มเพื่อนที่รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนกันและกัน
ต่อต้านอำนาจรัฐและระบบทุนนิยม
พังก์ฮาร์ดคอร์ในยุค 1980s ส่งผลกระทบต่อแนวดนตรีและขบวนการเคลื่อนไหวหลายแขนง เช่น