พังก์ร็อกในอังกฤษเริ่มต้นและพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1970s โดยได้รับอิทธิพลจากพังก์อเมริกัน แต่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไป เนื่องจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในอังกฤษขณะนั้น พังก์อังกฤษไม่ใช่แค่แนวดนตรี แต่เป็นขบวนการทางสังคมที่ต่อต้านชนชั้นและสถาบันต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การระเบิดของวัฒนธรรมพังก์
วงพังก์ที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษ นำโดย Johnny Rotten (นักร้องนำ), Steve Jones (กีตาร์), Paul Cook (กลอง) และ Sid Vicious (มือเบสแทน Glen Matlock)เพลงเช่น “Anarchy in the U.K.” และ “God Save the Queen” เป็นเสียงสะท้อนของเยาวชนที่ไม่พอใจต่อรัฐบาลและสถาบันกษัตริย์ อัลบั้มเดียวของวง “Never Mind the Bollocks, Here’s the Sex Pistols” (1977) ถือเป็นอัลบั้มพังก์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด
วงพังก์ที่มีแนวดนตรีหลากหลาย ผสมผสาน Reggae, Ska และ Rockabilly มีเนื้อหาทางสังคมและการเมือง เช่น เพลง “White Riot”, “London Calling” และ “Should I Stay or Should I Go” The Clash ได้รับการยกย่องว่ามีอิทธิพลต่อดนตรีพังก์และแนวเพลงอินดี้ในอนาคต
วงอังกฤษวงแรกที่ออกซิงเกิลพังก์ “New Rose” (1976) และออกอัลบั้มเต็มก่อน Sex Pistols และพังก์ของ The Damned มีพลังดิบและมีแนวโน้มไปทาง Gothic Punk ในช่วงหลัง
วงที่นำพังก์เข้าสู่แนว Pop-Punk ด้วยเพลงที่ติดหูและเนื้อหาที่พูดถึงความรักและชีวิตวัยรุ่น เช่น “Ever Fallen in Love (With Someone You Shouldn’t’ve?)”
วงพังก์ที่พัฒนาไปสู่แนว Post-Punk และ Gothic Rock มีสไตล์ดนตรีและแฟชั่นที่โดดเด่น
พังก์ในอังกฤษส่งเสริมแนวคิด DIY อย่างเต็มตัว ทั้งในการทำเพลง อัดเพลง ทำซีน (zine) และจัดคอนเสิร์ตเอง โดยไม่ต้องพึ่งค่ายเพลงใหญ่ วงดนตรีหลายวงเริ่มออกอัลบั้มผ่านค่ายเพลงอิสระ เช่น Rough Trade และ Stiff Records
แฟชั่นพังก์อังกฤษมีความก้าวร้าวและฉูดฉาด เสื้อผ้าฉีกขาด หมุดโลหะ สัญลักษณ์ต่อต้านระบบ เช่น สวัสติกะ หรือเสื้อที่มีคำหยาบ ศิลปะและกราฟฟิตีของพังก์มีข้อความทางการเมือง เช่น “No Future” หรือ “Anarchy”
Sex Pistols ถูกแบนจากสื่อหลักของอังกฤษ และคอนเสิร์ตของพวกเขาถูกขัดขวางจากรัฐบาลและตำรวจ สื่อมักพยายามนำเสนอพังก์ว่าเป็นขบถ ไร้ศีลธรรม และสร้างความรุนแรง
หลังจากปี 1978 วง Sex Pistols แตกวง และกระแสพังก์เริ่มซบเซา พังก์พัฒนาไปสู่แนวทางใหม่ เช่น Post-Punk (Joy Division, The Cure), New Wave (Blondie, The Police), และ Hardcore Punk (Crass, Discharge) The Clash ยังคงทำเพลงต่อและผสมผสานแนวดนตรีใหม่ ๆ จนถึงต้นยุค 80s วงดนตรีเช่น Crass และ Discharge เป็นตัวแทนของ Anarcho-Punk และ Hardcore Punk ในอังกฤษ
พังก์ในอังกฤษเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1970s โดยมี Sex Pistols เป็นหัวหอก และ The Clash เป็นกระบอกเสียงทางการเมือง วัฒนธรรมพังก์ในอังกฤษเติบโตจากความไม่พอใจทางสังคมและเศรษฐกิจ และกลายเป็นขบวนการที่มีอิทธิพลต่อดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น วงพังก์อังกฤษมีแนวทางที่แข็งแกร่งและแตกแขนงไปสู่แนวทางอื่น ๆ ในยุค 80s ทำให้พังก์กลายเป็นวัฒนธรรมย่อยที่มีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน
Back